คณาจารย์หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ออกนิเทศติดตามการฝึกปฏิบัติงานนิสิต ณ โรงพยาบาลแหล่งฝึกในเขตภาคกลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้

        คณาจารย์ประจำหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ดำเนินการออกนิเทศติดตามการฝึกปฏิบัติงานของนิสิตหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2568 – 29 มกราคม 2569 ณ 

       โรงพยาบาลแหล่งฝึกในเขตภาคกลาง จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสระบุรี, โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร, โรงพยาบาลพระปกเกล้า, โรงพยาบาลชลบุรี, โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา, โรงพยาบาลตำรวจ, โรงพยาบาลสมุทรสาคร, และโรงพยาบาลราชบุรี

       โรงพยาบาลแหล่งฝึกในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลอุดรธานี, โรงพยาบาลร้อยเอ็ด, โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

       โรงพยาบาลแหล่งฝึกในเขตภาคใต้ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี, และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 

        กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิคการแพทย์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาชีพของนิสิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติงานจริงในสถานพยาบาล และเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่การประกอบวิชาชีพในระบบบริการสุขภาพ

 

        การออกนิเทศในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับ ติดตาม และประเมินผลการเรียนรู้ของนิสิตอย่างเป็นระบบ ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อเสนอแนะด้านการฝึกปฏิบัติระหว่างคณาจารย์ ผู้ควบคุมการฝึก และบุคลากรประจำแหล่งฝึก อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติให้เป็นไปตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพและตอบสนองต่อความต้องการของระบบบริการสุขภาพอย่างแท้จริง

 

        ในโอกาสนี้ คณาจารย์ประจำหลักสูตรได้ให้คำแนะนำเชิงวิชาการและจริยธรรมวิชาชีพแก่นิสิตผู้ฝึกปฏิบัติงาน พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานแหล่งฝึก เพื่อนำมาประมวลผลและต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตร ตลอดจนการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความทันสมัย เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทการปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ในปัจจุบัน

 

         การดำเนินกิจกรรมออกนิเทศติดตามการฝึกปฏิบัติงานครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ในการยกระดับคุณภาพบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ให้มีทั้งความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพ และจริยธรรมอันเข้มแข็ง พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน