คณะสหเวชศาสตร์ ม.พะเยา ร่วมส่งต่อสุขภาพดีครบมิติในวันมหิดล 2569 ผ่านพลังสโมสรนิสิต 7 คณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ
เปลี่ยนพื้นที่บริการสุขภาพเป็น “ห้องเรียนจริง” พัฒนาทักษะ 5C+ ผ่านการดูแลประชาชน : เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นจากการได้คิด ออกแบบ ทำงานร่วมกัน และลงมือดูแลผู้คนจริง พื้นที่บริการสุขภาพจึงกลายเป็นห้องเรียนที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้เติบโตทั้งในฐานะผู้เรียน บุคลากรสุขภาพในอนาคต และสมาชิกของสังคม
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 สโมสรนิสิตคณะสหเวชศาสตร์ร่วมกับสโมสรนิสิตจากคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ 6 คณะ ร่วมกันขับเคลื่อน “โครงการบริการสุขภาพแก่ประชาชน เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดีครบมิติจาก 7 คณะสุขภาพ” ระหว่างเวลา 13.00–18.00 น. ณ ศูนย์การค้าท็อปส์ พลาซ่า พะเยา โดยนำองค์ความรู้และอัตลักษณ์ของแต่ละวิชาชีพมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมบริการสุขภาพที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้อย่างใกล้ชิด
ความโดดเด่นของกิจกรรมในปีนี้อยู่ที่การเปิดพื้นที่ให้ สโมสรนิสิตของแต่ละคณะเป็นกำลังสำคัญในการออกแบบ วางแผน ประสานงาน และดำเนินกิจกรรม โดยมีคณาจารย์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ ส่งผลให้นิสิตไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ช่วยจัดงาน” แต่ได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ตั้งแต่การทำงานร่วมกับเพื่อนต่างวิชาชีพ การสื่อสารกับประชาชน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การบริหารจัดการพื้นที่และทรัพยากร ไปจนถึงการนำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับผู้รับบริการ
กระบวนการดังกล่าวจึงเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาทักษะ 5C+ ผ่านประสบการณ์จริง โดยเฉพาะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การคิดและแก้ปัญหา การสร้างสรรค์กิจกรรม ตลอดจนการเรียนรู้ที่จะทำงานกับผู้คนที่มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นสมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานของบุคลากรสุขภาพในโลกปัจจุบัน
สำหรับ สโมสรนิสิตคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้เลือกนำเสนอภาพของวิชาชีพสุขภาพที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “รักษา” แต่ยังครอบคลุมถึงการ ส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู และสร้างการมีส่วนร่วมด้านสุขภาพของประชาชน
ในมิติของวิชาชีพกายภาพบำบัด กิจกรรมมุ่งให้ประชาชนได้เข้าถึงการดูแลอาการปวดและปัญหาระบบกล้ามเนื้อและกระดูกเบื้องต้น พร้อมเรียนรู้บทบาทของนักกายภาพบำบัดผ่านการประยุกต์ใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด อาทิ Therapeutic Ultrasound และ Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation (TENS) เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดภายใต้การดูแลที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน คณะสหเวชศาสตร์ยังนำอีกหนึ่งมิติของการดูแลสุขภาพมาสื่อสารกับสังคมผ่าน การบริจาคโลหิต ซึ่งไม่เพียงเป็นกิจกรรมทางสุขภาพ หากยังสะท้อนการ “ส่งต่อโอกาสในการรักษา” จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างระบบสุขภาพที่เกื้อกูลกันในชุมชน
เพื่อเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต กิจกรรมยังมีการเสวนาในหัวข้อ “เรื่องเลือดที่คุณอยากรู้…แต่ไม่เคยถาม” — Blood Bank Q&A: ไขทุกข้อสงสัยเรื่องการบริจาคเลือด โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้และสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เพื่อช่วยลดความกังวล แก้ไขความเข้าใจคลาดเคลื่อน และสร้างความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเตรียมตัว การบริจาค และความสำคัญของโลหิตต่อระบบบริการสุขภาพ
กิจกรรมของคณะสหเวชศาสตร์จึงสะท้อนภาพของการดูแลสุขภาพในสองทิศทางอย่างน่าสนใจ — การดูแลตนเองให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และการส่งต่อสุขภาพที่ดีไปยังผู้อื่นผ่านการบริจาคโลหิต โดยมีนิสิตเป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมองค์ความรู้ทางวิชาชีพเข้ากับชีวิตประจำวันของประชาชน
มากกว่าผลลัพธ์ของการให้บริการ กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนพลังของการเรียนรู้แบบสหวิชาชีพ เมื่อสโมสรนิสิตจากทั้ง 7 คณะสุขภาพต้องทำงานร่วมกันภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยออกไปสร้างประโยชน์แก่ประชาชน พร้อมเรียนรู้บทบาทและคุณค่าของวิชาชีพสุขภาพอื่นไปพร้อมกัน
การจัดโครงการบริการสุขภาพแก่ประชาชนเนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2569 จึงมิได้เป็นเพียงกิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชปณิธานด้านการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้ “การพัฒนานิสิต” และ “การบริการสังคม” เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะการเรียนรู้ของนิสิตสุขภาพที่สมบูรณ์ อาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการรู้ว่าจะดูแลผู้ป่วยอย่างไร แต่เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้เรียนรู้ว่าจะทำงานร่วมกับผู้อื่น สื่อสารกับสังคม และนำความรู้ของตนไปสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนได้อย่างไร
























