สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จัดสัมมนาใหญ่ประจำปีงบประมาณ 2570 เชื่อมการบริหารหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการประกันคุณภาพ สู่การเตรียมบัณฑิตให้พร้อมก้าวสู่วิชาชีพ

เบื้องหลังการเติบโตของนิสิตคนหนึ่งสู่การเป็นนักเทคนิคการแพทย์ มิได้เกิดขึ้นเฉพาะจากบทเรียนในห้องเรียนหรือทักษะที่ฝึกฝนในห้องปฏิบัติการเท่านั้น หากยังเกิดจากการวางระบบการเรียนรู้ที่ได้รับการคิด ทบทวน และออกแบบร่วมกันอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การบริหารหลักสูตร การเตรียมรายวิชา การจัดสรรผู้สอน ไปจนถึงการประเมินคุณภาพเพื่อค้นหาว่า ยังมีส่วนใดที่สามารถทำให้การเรียนรู้ของนิสิต “ดีขึ้นกว่าเดิม” ได้อีก

 

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จัด โครงการสัมมนาใหญ่สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ประจำปีงบประมาณ 2570 ครั้งที่ 1 ณ ห้องประชุมคณะสหเวชศาสตร์ ชั้น 3 เพื่อเปิดพื้นที่ให้คณาจารย์ได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานของสาขาวิชา วางแผนการบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเตรียมความพร้อมด้านการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีจุดหมายร่วมกันคือการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเตรียมนิสิตให้พร้อมสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ในอนาคต

 

การสัมมนาครั้งนี้เริ่มต้นจากการจัดวาง “โครงสร้างของการทำงานร่วมกัน” ผ่านการพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ พร้อมทบทวนแผนงานของแต่ละฝ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ทั้งกิจกรรมหลัก กรอบระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ ปฏิทินการดำเนินงาน และกรอบงบประมาณ เพื่อให้ภารกิจต่าง ๆ ของสาขาวิชาเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

 

สำหรับการจัดการศึกษา ความชัดเจนของแผนงานมิใช่เพียงเรื่องของการบริหารเวลาและทรัพยากร หากมีผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องของการเรียนรู้ เพราะทุกกิจกรรมของหลักสูตรล้วนสัมพันธ์กับจังหวะของปีการศึกษา การเตรียมรายวิชา การจัดการฝึกปฏิบัติ การประเมินผล และการสนับสนุนนิสิตในแต่ละช่วงเวลา

 

จากภาพรวมของการบริหารงาน การสัมมนาได้เชื่อมต่อสู่ระดับรายวิชา ผ่านการพิจารณาร่างภาระงานของอาจารย์ประจำรายวิชาและการจัดสรรผู้รับผิดชอบในแต่ละวิชา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคการศึกษา เพราะคุณภาพของรายวิชาเริ่มต้นจากความชัดเจนของบทบาทผู้สอน การประสานงานภายในทีม และความเข้าใจร่วมกันถึงสิ่งที่นิสิตควรได้รับจากกระบวนการเรียนรู้

 

พร้อมกันนี้ คณาจารย์ยังได้ร่วมพิจารณารายละเอียดของรายวิชา หรือ มคอ.3 สำหรับภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2569 ทั้งในกลุ่มรายวิชากลางและรายวิชาในแขนงวิชา พร้อมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงรายวิชา กำหนดการจัดทำ และแนวทางดำเนินงานก่อนเข้าสู่ภาคการศึกษา

 

การพิจารณารายวิชาร่วมกันจึงมิใช่เพียงการตรวจสอบเอกสารทางวิชาการ หากเป็นช่วงเวลาที่ผู้สอนได้กลับมาทบทวนว่า เนื้อหา วิธีการเรียนรู้ และการประเมินผลในแต่ละรายวิชา ยังสามารถเชื่อมโยงกันได้มากเพียงใด และสิ่งที่นิสิตเรียนรู้ในแต่ละช่วงจะค่อย ๆ ประกอบกันเป็นสมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานในวิชาชีพได้อย่างไร

เพราะสำหรับนิสิต รายวิชาแต่ละวิชาไม่ใช่หน่วยการเรียนรู้ที่แยกออกจากกัน หากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเดียวกันในการสะสมความรู้ พัฒนาทักษะ ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ และสร้างความพร้อมสำหรับการดูแลผู้ป่วยและการทำงานในระบบสุขภาพในอนาคต การวางแผนร่วมกันของคณาจารย์จึงเปรียบเสมือนการต่อภาพการเรียนรู้ให้ทุกส่วนเชื่อมถึงกันอย่างมีความหมาย

 

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการสัมมนาครั้งนี้ คือการนำผลการประเมินคุณภาพกลับมาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนา ผ่านการวางแผนด้าน AUN-QA และการทบทวนผลการประเมิน CAR-AUN QA ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อพิจารณาแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานสำหรับปีการศึกษา 2569 พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละประเด็นอย่างชัดเจน

 

ในมุมของการพัฒนาหลักสูตร การประกันคุณภาพจึงไม่ควรสิ้นสุดอยู่ที่ผลคะแนนหรือข้อเสนอแนะจากการประเมิน แต่ควรเป็นกระบวนการที่ทำให้หลักสูตรได้กลับมามองตนเองอย่างเป็นระบบ เห็นทั้งสิ่งที่ทำได้ดีและส่วนที่ยังสามารถพัฒนา พร้อมแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นแผนงานที่นำไปปฏิบัติได้จริง

 

ภายในโครงการยังมีการวางแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการรับการประเมินหลักสูตรจาก สภาเทคนิคการแพทย์ในปี 2570 โดยร่วมกันพิจารณากรอบระยะเวลา การแบ่งบทบาท และผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วน เพื่อให้การดำเนินงานของหลักสูตรมีความพร้อมทั้งในมิติของมาตรฐานวิชาชีพ กระบวนการจัดการศึกษา และระบบสนับสนุนการเรียนรู้ของนิสิต

 

การเตรียมพร้อมสำหรับการประเมินดังกล่าวจึงมิใช่เพียงการเตรียมเอกสารหรือหลักฐาน หากเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่สาขาวิชาได้กลับมาทบทวนว่า กระบวนการต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่สามารถสนับสนุนให้นิสิตเติบโตไปสู่คุณลักษณะและสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพได้อย่างครบถ้วนเพียงใด

 

เมื่อมองทุกประเด็นร่วมกัน ตั้งแต่การบริหารแผนงาน การจัดสรรผู้สอน การเตรียมรายวิชา การทบทวนผลประเมิน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานวิชาชีพ จะเห็นได้ว่าทุกกระบวนการต่างมาบรรจบกันที่คำถามสำคัญเดียวกัน คือ “เราจะจัดการเรียนรู้อย่างไรให้นิสิตพร้อมที่สุดสำหรับโลกของการทำงานจริง”

 

การสัมมนาใหญ่ครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงเวทีสำหรับการวางแผนของคณาจารย์ หากเป็นพื้นที่ที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายได้รับการนำมาวางไว้บนภาพเดียวกัน เพื่อให้ทุกคนมองเห็นทั้งบทบาทของตนเองและผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องร่วมกันสร้าง

 

คุณค่าของการวางแผนจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์เมื่อสิ่งที่ร่วมกันคิดสามารถเดินหน้าต่อไปสู่การปฏิบัติ การติดตาม และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ กระบวนการเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการดูแลนิสิตตั้งแต่วันที่ยังเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมให้พร้อมสำหรับวันที่ต้องก้าวออกไปทำงานด้วยความรู้ ความแม่นยำ ความรอบคอบ และความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้อื่น

 

จากการเตรียมความพร้อมของผู้สอน สู่คุณภาพของรายวิชา 

จากการทบทวนหลักสูตร สู่การพัฒนาการเรียนรู้ 

และจากการวางแผนร่วมกันในวันนี้ สู่ความพร้อมของนักเทคนิคการแพทย์ในวันข้างหน้า

 

นี่คืออีกหนึ่งกระบวนการเบื้องหลังการจัดการศึกษาของคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ที่เชื่อว่าคุณภาพของบัณฑิตมิได้เริ่มต้นในวันสำเร็จการศึกษา หากเริ่มต้นจากทุกการตัดสินใจที่ใส่ใจต่อการเรียนรู้ของนิสิตตั้งแต่วันนี้