สาขาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ นำผลตรวจทางห้องปฏิบัติการคืนสู่ชุมชน เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพของประชาชนแม่นาเรือ

จาก “ผลตรวจในห้องปฏิบัติการ” สู่ “ความเข้าใจสุขภาพของชุมชน” : ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจเริ่มต้นจากตัวเลขและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แต่คุณค่าที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลเหล่านั้นถูกถ่ายทอดให้ผู้รับบริการ “เข้าใจสุขภาพของตนเอง” และสามารถนำไปสู่การดูแล ป้องกัน และตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

 

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 สาขาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จันำคณาจารย์และนิสิตเทคนิคการแพทย์ชั้นปีที่ 4 ลงพื้นที่ วัดแม่นาเรือ ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เพื่อรายงานผลการตรวจสุขภาพ ให้คำปรึกษา และถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนในชุมชนแม่นาเรือ หมู่ที่ 10 และหมู่ที่ 17 ภายใต้โครงการ “บ่มเพาะนิสิตเทคนิคการแพทย์ที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเทคนิคการแพทย์ชุมชน

 

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพแก่ประชาชนเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ประกอบด้วย การตรวจคัดกรองวัณโรคจากเสมหะ การตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของตับ และการตรวจหาพยาธิในอุจจาระ โดยผลการตรวจที่ได้ถูกนำกลับมาสื่อสารแก่ผู้รับบริการเป็นรายบุคคล พร้อมคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของแต่ละคน

 

สำหรับนิสิตเทคนิคการแพทย์ชั้นปีที่ 4 นี่จึงไม่ใช่เพียงการฝึก “รายงานผลตรวจ” แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะ เปลี่ยนภาษาทางห้องปฏิบัติการให้เป็นภาษาสุขภาพที่ประชาชนเข้าใจได้ นิสิตได้นำองค์ความรู้ทางวิชาชีพมาประยุกต์ใช้ในการอธิบายความหมายของผลตรวจอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสมกับผู้รับบริการ ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแนวทางเข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขในกรณีที่พบความผิดปกติ

 

ตลอดกระบวนการ มีคณาจารย์สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ร่วมกำกับ ดูแล และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ ควบคู่กับการคำนึงถึงความเหมาะสม ความเป็นส่วนตัว และจริยธรรมในการดูแลผู้รับบริการ

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนจึงเป็นมากกว่า “กิจกรรมบริการวิชาการ” หากเป็น ห้องเรียนวิชาชีพที่มีผู้คนจริงเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกทั้งการสื่อสารข้อมูลสุขภาพ การรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ การให้เกียรติผู้รับบริการ การทำงานเป็นทีม และการสร้างสัมพันธภาพกับคนในชุมชน ซึ่งล้วนเป็นสมรรถนะสำคัญของบุคลากรสุขภาพที่ต้องทำงานร่วมกับผู้คนที่มีบริบทและความต้องการแตกต่างกัน

 

ในอีกมิติหนึ่ง กิจกรรมยังสะท้อนให้เห็นว่า บทบาทของนักเทคนิคการแพทย์ไม่ได้สิ้นสุดเมื่อกระบวนการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเสร็จสิ้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงการทำให้ข้อมูลจากการตรวจนั้นเกิดประโยชน์ต่อผู้รับบริการอย่างแท้จริง ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจ การเฝ้าระวังความเสี่ยง ไปจนถึงการนำข้อมูลไปประกอบการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

 

ความสำเร็จของการดำเนินงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้ง ผู้นำชุมชนแม่นาเรือ หมู่ที่ 10 และหมู่ที่ 17 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าอาวาสวัดแม่นาเรือ ที่ร่วมอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ ประสานงาน และเชื่อมโยงประชาชนเข้ากับการให้บริการ สะท้อนพลังของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย วิชาชีพสุขภาพ และชุมชนในการสร้างเสริมสุขภาวะในระดับพื้นที่

 

การลงพื้นที่รายงานผลตรวจและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งภาพของการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยง “องค์ความรู้–วิชาชีพ–ชุมชน” เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมบ่มเพาะให้นิสิตเทคนิคการแพทย์เติบโตจากผู้ที่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง ไปสู่บุคลากรสุขภาพที่สามารถสื่อสาร เข้าใจ และทำงานเคียงข้างผู้คนได้อย่างมีคุณค่า

 

เพราะในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ความแม่นยำของผลตรวจทางห้องปฏิบัติการคือจุดเริ่มต้น แต่การทำให้ผู้รับบริการเข้าใจและนำผลตรวจนั้นไปดูแลชีวิตของตนเองได้ คืออีกหนึ่งความหมายของการทำงานเพื่อผู้คน